| โรคเบาหวานกับปลายประสาทอักเสบ |
โรคเบาหวานทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาททำให้เกิดอาการต่างตามที่เส้นประสาทไปเลี้ยงได้แก่
ชาตามปลายมือปลายเท้า หรือบางรายอาจจะเกิดอาการที่อวัยวะภายในร่างกายเช่น ทางเดินอาหาร หัวใจ อวัยวะเพศทำให้เกิดอาการ แน่นท้อง ท้องร่วงหรือท้องผูก ปัสสาวะไม่ออก หย่อนยานทางเพศ ปลายประสาทหมายถึงเส้นประสาทที่ออกจากสมอง หรือไขสันหลัง ปลายประสาทอักเสบ เส้นประสาทของคนประกอบไปด้วย
- เส้นประสาทที่ส่งไปบังคับกล้ามเนื้อ ถ้าเส้นประสาทนี้เสียหายจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เส้นประสาทรับความรู้สึก ร้อน หนาว เจ็บ สัมผัส ตำแหน่งของข้อ ส่งไปยังสมอง ถ้าเส้นประสาทนี้เสียจะทำให้รับความรู้สึกไม่ได้บางทีอาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน
- เส้นประสาทอัตโนมัติ ระบบประสาทนี้ทำหน้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต เหงื่อออก
| สาเหตุของปลายประสาทอักเสบในผู้ป่วยเบาหวาน |
น้ำตาลที่สูงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทางเคมีในเลือดทำให้เส้นประสาทนำไฟฟ้าไม่ดี นอกจากนี้โรคเบาหวานยังทำให้เกิดการทำลายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท
| การเกิดเบาหวานกับระบบประสาทอัตโนมัติ |
- กระเพาะปัสสาวะอ่อนแรงทำให้กระเพาะปัสสาวะไม่สามารถขับปัสสาวะได้หมดเกิดการค้างของปัสสาวะ ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายและที่สำคัญผู้ป่วยจะไม่มีความปวดแม้ว่าจะมีปัสสาวะอยู่เต็ม
- ลำไส้ ทำให้เกิดท้องเดิน และท้องผูก
- กระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารไม่สามารถบีบตัวขับอาหารเมื่อผู้ป่วย
รับประทานอาหารอาหารไม่สามารถที่จะไปยังลำไส้
ผู้ป่วยจะท้องอืด อาเจียน
- อวัยวะสืบพันธ์ ทำให้การแข็งตัวขององคชาติเสียไป
- ภาวะความดันโลหิตต่ำลงในท่านั่งหรือยืนผู้ป่วยจะมีอาการหน้ามือเป็นลมเวลานั่งแล้วลุกขึ้นยืนในทันที และหากมีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบโดยเฉียบพลันผู้ป่วยเหล่านี้จะไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนคนปกติแต่จะมีอาการหอบเหนื่อยหรือหมดสติ
- ภาวะน้ำตาลต่ำ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีประสาทอัตโนมัติเสียเวลามีน้ำตาลในเลือดต่ำจะมาพบแพทย์ด้วยอาการหมดสติโดยที่ไม่มีอาการเตือนเหมือนคนปกติ
- เหงื่อออก เนื่องจากเสียการควบคุมผู้ป่วยมักจะมีเหงื่อออกส่วนมากเป็นตอนกลางคืนหรือขณะรับประทานอาหาร
| การเกิดเบาหวานกับปลายประสาท |
เป็นการอักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะที่ขามักจะเป็นทั้งสองข้างผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้
- ชาบริเวณปลายเท้าทั้งสองข้างไม่ค่อยรู้ร้อนรู้หนาวมักจะเริ่มจากปลายนิ้วเท้า และอาจจะสูญเสียความรู้สึกเรื่องอุณหภูมิร่วมด้วย และอาจจะมีอาการชาที่มือร่วมด้วยส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษาให้อาการชาดีขึ้น แต่หากเพิ่งเป็นและเป็นไม่มาก การควบคุมน้ำตาลให้ดีอาจจะทำให้อาการดีขึ้น ผลของอาการชาจะทำให้เกิดแผลโดยที่ไม่รู้ตัว
- แสบร้อนบริเวณปลายเท้า
- ปวดเหมือนมีเข็มแทง
- เวลาสัมผัสอาจจะทำให้เกิดอาการปวด
- เสียการทรงตัว
- คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- คุมเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ดี
- ดูแลรักษาเท้า
- ผู้ป่วยที่มีอาการแน่นท้องแนะนำให้รับประทานอาหารหลายมื้อและแต่ละมื้อไม่ควรมากเกินไป ลดอาหารที่มีใยอาหาร
- ผู้ที่มีอาการหน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่าแนะนำให้นอนศีรษะสูง ใช้ผ้าพันขา
|